หากคุณอยากมีเว็บไซต์เป็นของตนเองแต่ยังมีข้อสงสัยว่าจริง ๆ แล้วเว็บไซต์มีอะไรบ้างและแต่ละประเภทมีรูปแบบการใช้งานยังไง เลือกแบบไหนถึงจะตอบโจทย์ความต้องการ วันนี้เราจะพาไปไขข้อข้องใจ
ก่อนอื่นมาดูว่าการเลือกเว็บไซต์ให้สอดคล้องกับประเภทของธุรกิจสำคัญอย่างไร
หลายคนต้องการมีเว็บไซต์เป็นของตนเอง เพราะคิดเพียงแค่ว่าต้องมีเว็บไซต์ให้ได้ โดยไม่รู้เลยว่าการทำธุรกิจแต่ละประเภทนั้นจำเป็นต้องเลือกประเภทเว็บไซต์ให้สอดคล้องกันด้วยจึงจะสามารถสร้างผลลัพธ์ในแบบที่ต้องการได้ เช่น ต้องการขายสินค้า หากคุณเลือกทำเว็บไซต์แค่ให้ข้อมูลเพียงอย่างเดียวยอดขายก็อาจไม่เพิ่มขึ้น เพราะคนที่เข้ามาใช้บริการเข้าใจว่าเว็บไซต์ คือ แหล่งข้อมูลไม่ใช่แหล่งจำหน่ายสินค้า เป็นต้น
เว็บไซต์มีกี่ประเภท
เว็บไซต์มีอะไรบ้างหลัก ๆ มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 7 ประเภท โดยแต่ละประเภทมีรูปแบบการทำงานแตกต่างกันไป ดังนี้
1. เว็บไซต์ E-Commerce
เว็บไซต์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อขายสินค้าโดยเฉพาะ โดยภายในเว็บจะประกอบไปด้วยฟังก์ชันต่าง ๆ ที่ร้านค้าออนไลน์พึงต้องมี เช่น ช่องทางการชำระเงิน รายละเอียดสินค้าและรูปภาพ
2. เว็บไซต์ส่วนบุคคล
หลัก ๆ มีขึ้นเพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ต่าง ๆ หรือเรื่องที่พบเจอมาในแต่ละวัน รวมถึงข้อมูลส่วนตัว หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นไดอารี่ของใครคนใดคนหนึ่งนั่นเอง
3. เว็บไซต์ Blog
มีจุดประสงค์เพื่อนำเสนอเนื้อหาหรือบทความเป็นหลัก และผู้ใช้งานสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารได้อย่างครบครัน ครอบคลุมและตรงเวลา
4. เว็บไซต์ธุรกิจ
มีจุดประสงค์เพื่อนำเสนอข้อมูลที่จำเป็นสำหรับลูกค้า เช่น จุดเด่นของสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ แนะนำการให้บริการ แนะนำสินค้า หรือเรียกได้ว่าเป็นเว็บไซต์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อการประชาสัมพันธ์ธุรกิจนั่นเอง
5. เว็บไซต์ให้ข้อมูลหรือความรู้
มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้ที่ค่อนข้างหลากหลายหรือคำจำกัดความในการค้นหาแบบเจาะจงเฉพาะด้านใดด้านหนึ่ง
6. เว็บไซต์สมัครสมาชิก
มีจุดประสงค์เพื่อให้คนที่เข้ามาใช้งานเข้าถึงข้อมูลหรือเนื้อหาแบบเฉพาะที่เว็บไซต์นั้น ๆ สร้างขึ้นและหาจากเว็บอื่น ๆ ไม่ได้ โดยต้องจ่ายเงินสมัครสมาชิกเป็นรายเดือนหรือรายปี
7. เว็บไซต์ชุมชนออนไลน์
มีจุดประสงค์เพื่อสร้างพื้นที่สำหรับพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อมูลต่าง ๆ รวมถึงเรื่องราวที่สนใจ
ตัวอย่างประเภทเว็บไซต์ที่มีการนำไปใช้งานจริง
หลายคนอาจยังไม่เห็นภาพชัดเจนว่าเว็บไซต์แต่ละรูปแบบนั้นมีลักษณะเป็นอย่างไร เรามีตัวอย่างมาให้ดู ดังนี้
- เว็บไซต์แบบชุมชนออนไลน์ เช่น Dek-D หรือ Pantip
- เว็บไซต์แบบ E-Commerce เช่น Lazada, Shopee
- เว็บไซต์แบบสมัครสมาชิก เช่น Netflix, Only Fan, Disney+ Hotstar
ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าหากคุณต้องการทำเว็บไซต์ดี ๆ ขึ้นมาสักเว็บ คุณต้องรู้ว่าต้องการนำเสนออะไรให้กับคนที่เข้ามาใช้งานถึงจะสามารถตอบได้ว่าควรทำเว็บไซต์ประเภทไหน
